วันจันทร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2555


สภาพทางสังคม

สภาพของสังคมไทยในจังหวัดตรัง

          ประชาชนส่วนใหญ่มีเชื้อชาติไทย โดยมีคนไทยเชื้อสายจีนประมาณ 30% ของ ประชาชนทั้งหมด อาศัยประกอบธุรกิจอยู่ในเขตตัวเมือง และย่านธุรกิจทั่ว ๆ ไป ส่วนใหญ่นับถือ ศาสนาพุทธ รองลงมาคือ ศาสนาอิสลาม ซึ่งมีมากในท้องที่อำเภอปะเหลียน อำเภอย่านตาขาว  อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา  ชาวไทยอิสลามเหล่านี้มีภาษาพูดเช่นเดียวกับประชาชนในเมือง คือ ภาษาไทยท้องถิ่นภาคใต้
อุปนิสัยใจคอของคนจังหวัดตรัง
          โดยทั่วไปมีจิตใจโอบอ้อมอารี เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ สามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ร่วมมือต่อทางราชการเป็นอย่างดี

ความเชื่อ ศรัทธา ค่านิยม ในจริยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี

          ประชาชนส่วนมากในจังหวัดตรังมีเชื้อสายไทยผสมจีน จริยธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีจึงมีลักษณะผสมผสาน ระหว่างไทย-จีน ในด้านจริยธรรม

ด้านสาธารณสุขของจังหวัด

          มีบริการด้านการแพทย์และการสาธารณสุขทั้งภาครัฐและเอกชน มีการวางแผนครอบครัวและส่งเสริม อนามัยแม่และเด็ก มีบริการด้านสุขภาพของประชาชน ประชาชนจังหวัดตรังมีประกันสุขภาพจำแนกเป็น สวัสดิการประชาชนผู้มีรายได้น้อย กลุ่มประกันสังคม กลุ่มข้าราชการรัฐวิสาหกิจ กลุ่มประกันสุขภาพเอกชน

ด้านการศึกษา

          จังหวัดตรัง มุ่งให้จังหวัดเป็นศูนย์กลางทางการศึกษาทุกระดับ และสาขาในภูมิภาคฝั่งทะเล อันดามัน โดยส่งเสริมให้มี การขยายสถาบันการศึกษา และจัดตั้งศูนย์พัฒนาความรู้ ในรูปของสถาบัน การศึกษา ศูนย์ฝึกอบรมทางด้านวิชาการ หอสมุด ศูนย์บริการทดลองปฏิบัติงานทางด้านวิทยาศาสตร์ รวมถึงพิพิธภัณฑ์และอุทยานการศึกษาเป็นต้น  เพื่อให้ประชาชน มีความรู้สึกได้มีส่วนร่วมกับการพัฒนา การศึกษาให้แก่เยาวชนในจังหวัดของตน ดังเช่น การจัดตั้งมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดตรัง ที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือร่วมใจกันของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานเอกชน ได้แก่ จังหวัดตรัง องค์การบริหารส่วนจังหวัดตรัง เทศบาลนครตรัง หอการค้าจังหวัดตรัง และประชาชนชาวตรังทุกหมู่เหล่า

ด้านสาธารณูปโภคของจังหวัด

ด้านไฟฟ้า
          ด้านไฟฟ้า ผลิตและจำหน่ายกระแสไฟฟ้าปัจจุบันไปยังอำเภอและเกาะต่าง ๆ ของจังหวัด

ด้านโทรศัพท์
          จังหวัดตรังมีชุมสายโทรศัพท์ที่เปิดให้บริการแล้วจำนวน 37 ชุมสาย เป็นโครงข่ายขององค์การโทรศัพท์ จำนวน 16 ชุมสาย และเป็นโครงข่ายของบริษัท TT&T จำนวน 21 ชุมสาย

ด้านประปา
          การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดตรัง ได้แบ่งการบริหารงานออกเป็น 3 สำนักงาน โดยแต่ละสำนักงาน ขึ้นตรงต่อสำนักงานประปาเขต 5 สงขลา     

สัญลักษณ์ประจำจังหวัดตรัง

                                                                        
ตราประจำจังหวัด

เป็นรูปสะพานกระโจมไฟ รูปต้นไม้ และรูปภูเขา
           รูปสะพานกระโจมไฟ  หมายถึง  จังหวัดตรังเป็นเมืองท่า ทำการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศมาแต่โบราณ
          รูปต้นไม้  หมายถึง  จังหวัดตรังเป็นแหล่งกำเนิดยางพาราของประเทศไทย
          รูปภูเขา  หมายถึง  จังหวัดตรัง มีพื้นที่เป็นเนินสูงๆ ต่ำๆ สลับด้วยภูเขาใหญ่เล็ก 


                                                                                 
     ธงประจำจังหวัด
 


คำขวัญประจำจังหวัด
เมืองพระยารัษฎา   ชาวประชาใจกว้าง
หมูย่างรสเลิศ   ถิ่นกำเนิดยางพารา
เด่นสง่าดอกศรีตรัง   ปะการังใต้ทะเล
เสน่ห์หาดทรายงาม   น้ำตกสวยตระการตา



ดอกไม้ประจำจังหวัด



          ศรีตรัง เดิมเป็นพันธุ์ไม้ของทวีปออสเตรเลีย มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Jacaranda filicifolia อยู่ในวงศ์ Bignoniaceae ถูกนำเข้ามาที่ตรังเป็นครั้งแรก โดย "พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง)" ลักษณะต้นเป็นทรงไม้พุ่มสูงประมาณ 10 เมตร ใบฝอยเล็กๆ มีดอกเป็นช่อสีน้ำเงินปนม่วง บานในหน้าแล้ง ตั้งแต่เดือนธันวาคม ถึงเดือนเมษายน ถือว่าเป็นต้นไม้สัญลักษณ์ ประจำเมืองอันเป็นศักดิ์ศรีแก่ชาวตรัง


ประวัติความเป็นมา

สมัยกรุงศรีอยุธยา....
          ในสมัยพระรามาธิบดีที่ 2 พ.ศ.2054  "ตรัง" เป็นเมืองท่าของเมืองนครศรีธรรมราช ทางด้านทะเลนอก (อันดามัน) ฝั่งตะวันตกของภาคใต้ โดยจากตำนานพราหมณ์ เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเขียน เมื่อ พ.ศ.2276 ตรงกับสมัยพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ได้กล่าวถึงเมืองตรังว่า เป็นเมืองที่พราหมณ์นำเอาเทวรูปพระนารายณ์ รูปพระลักษมี รูปพระอิศวร รูปหงส์ และชิงช้าทองแดงจาก กษัตริย์เมืองรามนคร ในประเทศอินเดีย มาถวายพระรามาธิบดีที่ 1 ต่อมาเรือถูกพายุแตกพัดเข้าปากน้ำตรัง
สมัยกรุงธนบุรีในปี พ.ศ.2319
          พระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงโปรดฯ ให้แยกหัวเมืองปักษ์ใต้ออกจากเมืองนครศรีธรรมราช ดังนั้น ปี พ.ศ.2320 เป็นต้นมา หัวเมืองนครศรีธรรมราชจึงเหลือแค่ เมืองตรัง และเมืองท่าทอง เท่านั้น

 
สมัยกรุงรัตนโกสินทร์   
          ในสมัยนี้เมืองตรังแยกเป็นส่วนตามลักษณะที่ตั้งได้หลายส่วน เริ่มต้นที่ 
พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงโปรดฯ ให้รวมเมืองตรัง และเมืองภูรา เข้าด้วยกันเป็น เมืองตรังภูรา โดยส่งพระยาภักดีบริรักษ์ ผู้ช่วยราชการ เมืองนครศรีธรรมราช ให้เป็นผู้รักษาเมืองตรังภูรา ตั้งเมืองที่ "ควนธานี" จากหลักฐานทำเนียบเมืองนครศรีธรรมราช เมื่อปี พ.ศ.2354 
ในรัชสมัยสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ในขณะนั้น ได้กราบทูลเสนอ นายม่วง เป็นเจ้าเมืองตรัง คือ พระอุไทยธานี มีตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการเมืองตรัง โดยสมบูรณ์เป็นคนแรก และได้สร้างหลักเมือง ที่ควนธานี (ศาลหลักเมืองตรังตั้งอยู่ที่ตำบลควนธานีในปัจจุบัน)หกด
สมัยเมืองกันตังเป็นศูนย์กลางระหว่างช่วง พ.ศ. 2436-2458 กล่าวว่า เมื่อคราวพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองตรัง ในยุคนั้นเมืองกันตังเป็นเมืองที่เจริญ มีชุมชนชาวจีน ทำมาค้าขาย มีท่าเรือติดต่อกับมลายู ชาวบ้านปลูกพริกไทยส่งไปขายถึงเกาะหมาก ดังนั้น จึงมีพระราชดำริให้ พระยารัษฎานุประดิษฐ์ มหิศรภักดี (คอซิมบี้ ณ ระนอง) ผู้ว่าราชการเมืองกระบุรีมาเป็นเจ้าเมืองตรัง ซึ่งถือว่าเป็นผู้พัฒนาเมืองตรังให้เจริญรุ่งเรือง จนได้รับสมญานามจากชาวตรังว่าเป็น "เจ้าแห่งการพัฒนา" เนื่องจากเป็น ผู้วางรากฐานความเจริญให้กับเมืองตรังมากมาย ทั้งการนำต้นยางพารามาจากมลายู มาปลูกที่เมืองกันตังเป็นแห่งแรก จนทำให้มีการปลูกยางพาราอย่างแพร่หลายทั่วภาคใต้ เมื่อมีการจัดการวางผังเมือง ชาวตรังจึงได้ร่วมกันสร้างอนุสาวรีย์ขึ้น เมื่อ พ.ศ.2494 เพื่อรำลึกถึงคุณของท่าน  และจัดงานรำลึก ในวันคล้ายวันถึงแก่อนิจกรรมของท่าน ในวันที่ 10 เมษายนของทุกปี
จากกันตังสู่ทับเที่ยง